ดูเจมี่ คาร์ราเกอร์อยู่รึเปล่า?! คาเซมิโร่ที่กลับมาฟิตอีกครั้งกลายเป็นนักเตะที่ขาดไม่ได้ของแมนฯ ยูไนเต็ด

คาเซมิโรและรูเบน อโมริมมีบางอย่างที่เหมือนกัน โค้ชและกองกลางแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีภาษาที่เหมือนกัน พวกเขาทั้งคู่เคยเล่นในลีกสูงสุดของโปรตุเกสให้กับปอร์โตและเบนฟิกาตามลำดับ และทั้งคู่ก็ถูกเจมี่ คาร์ราเกอร์ตัดชื่อออกจากทีมไปอย่างสิ้นเชิงทางสกายสปอร์ตส์ แต่ครั้งต่อไปที่พวกเขาเห็นอดีตกองหลังลิเวอร์พูลคนนี้ พวกเขาก็สามารถมองตาเขาและบอกเขาว่าเขาคิดผิดอย่างสิ้นเชิง

คาร์ราเกอร์สร้างผลงานวิจารณ์ที่น่าจดจำที่สุดชิ้นหนึ่งในช่วง 12 ปีที่อยู่กับสกาย เมื่อเขาวิจารณ์คาเซมิโร่หลังจากที่แมนฯ ยูไนเต็ดพ่ายแพ้ต่อคริสตัล พาเลซ 4-0 ในเดือนพฤษภาคม 2024 นักเตะทีมชาติบราซิลรายนี้ถูกดราฟต์ให้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค เนื่องจากวิกฤตอาการบาดเจ็บของแมนฯ ยูไนเต็ด และมีค่ำคืนที่เลวร้ายซึ่งรวมถึงการถูกไมเคิล โอลิเซ่ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อทำประตูแรก จากนั้นก็เสียบอลให้กับกองหลังชาวฝรั่งเศสในช่วงต่อเวลาพิเศษจนสามารถเอาชนะไปได้ในที่สุด

คาร์ราเกอร์ ซึ่งเคยประกาศไว้แล้วว่าขาของคาเซมิโร่หักไปตั้งแต่ต้นฤดูกาล มองเห็นโอกาสของตัวเองและได้โจมตีอดีตดาวเตะเรอัล มาดริดอย่างน่าอับอาย ในรายการ ‘มันเดย์ไนท์ฟุตบอล’ ว่า

“ผมจำคำพูดหนึ่งได้เสมอเมื่อเลิกเล่น คำพูดที่ผมจำได้ติดปากเสมอว่า ‘ทิ้งฟุตบอลก่อนที่ฟุตบอลจะทิ้งคุณไป’ ฟุตบอลได้ทิ้งเขาไว้กับระดับสูงสุดแล้ว เขาต้องยุติมันลงด้วยฟุตบอลระดับนี้และย้ายออกไป คนในระดับนั้นไม่ควรต้องเจอกับสิ่งที่เขากำลังเจออยู่ตอนนี้ เขาต้องยุติมันลง”

เดือนที่แล้ว คาร์ราเกอร์ได้ออกมาวิจารณ์อาโมริมหลังจากที่ยูไนเต็ดพ่ายแพ้ต่อเบรนท์ฟอร์ด 3-1 เขาได้วิพากษ์วิจารณ์โค้ชซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงอ้างว่าเขายังทำงานอยู่เพียงเพราะหน้าตาดี และเขาไม่เคยปรานีใครในรายการ ‘มันเดย์ไนท์ฟุตบอล’ หลังจากที่ยูไนเต็ดแพ้เป็นครั้งที่สามจากหกเกมในลีก โดยกล่าวว่า

“นี่คือหายนะสำหรับอาโมริมและยูไนเต็ด เรื่องนี้ต้องจบลงโดยเร็วที่สุด”

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลหลายคนรวมถึงผู้วิเคราะห์จากเว็บ ufabet888 มองว่า คำวิจารณ์ของคาร์ราเกอร์อาจรุนแรงเกินไป เพราะทั้งคาเซมิโร่และอาโมริมต่างอยู่ในช่วงที่ทีมเผชิญวิกฤตตัวผู้เล่นบาดเจ็บ และกำลังพยายามพาสโมสรกลับมาสู่เส้นทางที่มั่นคงอีกครั้ง บทเรียนนี้สะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลไม่ใช่เพียงเกมในสนามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับแรงกดดัน ความอดทน และศรัทธาของแฟนบอลทั่วโลก